การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยมอร์ฟีน

Share:

ผู้ป่วยและผู้ดูแลส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อมอร์ฟีน เพราะคิดว่ามอร์ฟีนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ความจริงแล้ว มอร์ฟีนไม่ได้ทำให้เสียชีวิต การเสียชีวิตมาจากภาวะโรค หรืออาการที่เป็นอยู่ แต่สาเหตุที่ต้องให้มอร์ฟีนแก่ผู้ป่วยก็เพื่อบรรเทาความปวด หรือภาวะการหายใจติดขัดที่รบกวนคุณภาพชีวิต ดังนั้น มอร์ฟีนจึงไม่ได้ใช้กับผู้ป่วยทุกราย แต่ใช้เฉพาะรายที่มีอาการรบกวนเท่านั้น

การให้มอร์ฟีนมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับระดับความปวด หรือภาวะรบกวนการหายใจว่าเป็นแบบใด มอร์ฟีนมีทั้งแบบออกฤทธิ์สั้น และออกฤทธิ์ยาว ผู้ป่วยต้องใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะแพทย์จะปรุงยาเป็นการเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยคุณสมบัติของมอร์ฟีนนั้นช่วยขยายเส้นเลือดดำ ทำให้หัวใจและปอดทำงานดีขึ้น แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้มากขึ้น รวมทั้งมีฤทธิ์ทำให้ง่วง เคลิ้ม รู้สึกสบาย ทำให้ผู้ป่วยสามารถพักได้ ทนความเจ็บปวดและเหนื่อยได้ดีขึ้น และไม่ทุรนทุราย

ญาติหลายคนไม่ยอมให้มอร์ฟีนแก่ผู้ป่วยเพราะกลัวติดยา แต่ถ้าได้รับยาตามคำแนะนำของแพทย์ ก็ไม่ต้องความกังวลเรื่องจะไม่ติดยา โดยควรสังเกตอาการเจ็บปวดของผู้ป่วยด้วย หากผู้ป่วยสื่อสารไม่ได้ ควรสังเกตสีหน้าหรืออาการเกร็งกล้ามเนื้อ และเมื่อให้ยาแล้วก็ต้องประเมินด้วยว่าช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหรือไม่ รวมทั้งบันทึกประวัติการให้ยาทุกครั้ง เพื่อปรับขนาดยาให้สอดคล้องกับอาการของผู้ป่วย

นอกจากนี้ การจัดการความเจ็บปวด หรือไม่สุขสบาย ยังมีวิธีการอื่น ๆ อีก สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าความเจ็บปวด หรือไม่สุขสบายนั้นเกิดจากสาเหตุใด เพราะความเจ็บปวด ความไม่สุขสบายของผู้ป่วยระยะท้ายมีหลายสาเหตุ ทั้งมาจากโรค อาทิ มะเร็ง ภาวะที่อวัยวะภายในถูกกระตุ้นเพราะขาดเลือด การอักเสบของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เส้นประสาทถูกกดเบียดทับ ภาวะมีแผลกดทับเพราะการติดเตียงเป็นเวลานาน การเจ็บปวดกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ ตลอดจนความเหนื่อยล้าเพราะหายใจไม่สะดวก ความเมื่อย เหนื่อย แน่น จุก หรือความไม่สุขสบายทางกายและจิตใจ

ถ้าเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ ก็จะช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานได้ตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่ความเจ็บปวดจะดำเนินไปจนถึงจุดที่สร้างความทุกข์ทรมานเพิ่มขึ้น ซึ่งวิธีจัดการความเจ็บปวด หรือไม่สุขสบายจากสาเหตุต่าง ๆ นั้นทำได้อย่างไรบ้าง

ความเจ็บปวดจากก้อนมะเร็ง 

  • ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาตามอาการ เช่น ผ่าตัด เคมีบำบัด หรือฉายแสง 
  • แพทย์อาจเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับระดับของความเจ็บปวดด้วย เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาชา ยากันชัก ยานอนหลับ
  • หากอาการปวดไม่ทุเลา หรือมีการพยากรณ์โรคแล้วว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้ แพทย์อาจเลือกใช้มอร์ฟีนเพื่อช่วยลดปวด ซึ่งจะทำให้มีอาการง่วง เคลิ้ม ผู้ป่วยจะรู้สึกสุขสบาย และนอนหลับได้ดีขึ้น 
  • ถ้าให้ยามอร์ฟีนแล้วผู้ป่วยยังไม่สามารถพักผ่อน หรือหลับได้ แพทย์ก็จะให้ยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหลับได้อีกทางหนึ่ง

อาการปวดเกี่ยวเนื่องกับเส้นประสาท 

  • ถ้าไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยมอร์ฟีน หรือยาแก้ปวดอื่น ๆ แพทย์อาจใช้วิธีสกัดประสาทโดยใช้ยาชา กระแสไฟฟ้า หรือแอลกอฮอล์ เพื่อทำให้การนำกระแสความปวดไม่สามารถผ่านเข้าไปแปลผลที่สมองได้

ความเจ็บปวดจากแผลกดทับ 

  • ควรเริ่มจากป้องกันไม่ให้เกิดแผลกดทับ ดูแลไม่ให้เกิดการกดทับบริเวณปุ่มกระดูก และหมั่นดูแลความสะอาดไม่ให้ร่างกายอับชื้น หรือจมอยู่กับปัสสาวะ อุจจาระเป็นเวลานาน 
  • คอยช่วยพลิกตัวผู้ป่วยทุกสองชั่วโมง แต่ถ้าพลิกตัว และขยับแขนขา ข้อต่อทุกครึ่งชั่วโมงได้จะยิ่งดี เพราะนอกจากจะลดแผลกดทับแล้ว ยังช่วยลดปวดกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่ออีกด้วย

ความทุกข์ทรมาน ไม่สุขสบาย จากการหายใจไม่สะดวก 

  • ควรช่วยเพิ่มความชื้นให้ลมหายใจผู้ป่วย โดยปิดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุให้อากาศแห้ง 
  • คอยช่วยระบายเสมหะ

ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน เพราะไม่มีแรงเบ่งปัสสาวะ 

  • ช่วยบรรเทาได้ด้วยการใส่สายสวนปัสสาวะค้างไว้ หรือเปลี่ยนตามวงรอบ หรือสวนทิ้งเป็นครั้งๆ
  • ในกรณีนี้แม้เป็นการใส่สายสวนปัสสาวะ แต่เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดดังกล่าว ถือว่าเป็นวิธีช่วยลดความทุกข์ทรมานให้ผู้ป่วยได้มากกว่าไม่ทำเลย

ดังนั้น การจัดการความเจ็บปวด ความไม่สุขสบายให้ผู้ป่วยระยะท้าย ต้องรู้และเข้าใจที่มาก่อน จึงจะเลือกวิธีช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

0
0

บทความยอดนิยม

วางแผนดูแลชีวิตด้วยสิทธิในระบบประกันสุขภาพของรัฐ

การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยมอร์ฟีน

บทความแนะนำ

ลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงสุดท้ายของชีวิตด้วยการดูแลแบบประคับประคอง

การแต่งตั้งผู้พิทักษ์และผู้อนุบาลไว้ล่วงหน้า: ประเด็นกฎหมายสำหรับสังคมผู้สูงวัย