การเตรียมพร้อม… เพื่อการ.. จากไปอย่างสงบ โดย พว.เบญจมาส วงศ์มณีวรรณ

Share:

คุณสมชาย ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย มีอาการเหนื่อยหอบมากทำให้ผู้ป่วยต้องออกจากงาน สิ่งที่ผู้ป่วยยึดเหนี่ยวทำให้มีพลังและกำลังใจ คือ ความรักของภรรยาและน้องชาย ทำให้เป็นห่วงผู้ป่วยเพราะในระยะสุดท้ายของชีวิตจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยทุรนทุรายเพราะความห่วงในคนที่ตนรัก จึงพูดคุยกับผู้ป่วยตลอดถึงสิ่งที่จะเป็นหลักยึดของจิตเมื่อเราเขาสู่อาการเจ็บป่วยที่รุนแรงขึ้น แต่ทุกครั้งที่พบกันผู้ป่วยก็ปฏิเสธตลอดและทุกครั้งที่พบกันอาการเหนื่อยหอบก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจึงได้สอนให้ ผู้ป่วยรู้ตามลมหายใจ (จัดให้ผู้ป่วยนั่งในท่าที่ชอบและรู้สึกสบาย วางมืือไว้บนตักหรือข้างร่างกายที่รู้สึกผ่อนคลาย ในสมองให้ปล่อยวางทุกสิ่ง หลับตาลงเบาๆ หายใจเข้า……… รู้ หายใจออก …….รู้) ทุกครั้งที่พบกับผู้ป่วยก็มีการทบทวนและให้ผู้ป่วยทำให้ดู แนะนำให้ผู้ป่วยทดลองปฏิบัติช่วงนอนไม่หลับหรือเหนื่อยหลังทำกิจกรรม

และแล้ววันนั้นก็มาถึง ได้รับการส่งเวรจากน้องพยาบาลหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย มีผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวที่เหนื่อยหอบมากใส่ท่อช่วยหายใจขอย้ายมาใส่เครื่องช่วยหัวใจในหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ เนื่องจากผู้ป่วยดิ้นหายใจต้านเครื่องช่วยหายใจตลอด เมื่อเข้าไปรับผู้ป่วยจึงทักทาย “คุณสมชาย จำกันได้ไหมคะ ถ้าจำได้นอนนิ่งๆนะคะ เดี๋ยวพยาบาลจะช่วยดูแลทุกอย่างให้ค่ะ” หลังจากนั้นก็จัดท่านอนห่มผ้า จับมือและยิ้มให้กำลังใจผู้ป่วย สักพักผู้ป่วยก็นอนนิ่งไม่ดิ้น น้องพยาบาลที่มาส่งผู้ป่วยบอกว่าพี่ตอนอยู่ข้างบนดิ้นมากเลย หายใจต้านเครื่องช่วยหายใจตลอดไม่ให้ความร่วมมือเลย เมื่อปรับเครื่องช่วยหายใจ ปรับยาและเครื่องติดตามต่างๆเรียบร้อยก็อนุญาตให้ญาติคือภรรยาและน้องชายเขาเยี่ยม เมื่อญาติเข้ามาผู้ป่วยก็เริ่มดิ้นเพื่อต้องการสื่อสารกับญาติจึงเอากระดาษพร้อมปากกามาให้ผู้ป่วยเขียนสื่อสารกับญาติ เมื่อเห็นว่าผู้ป่วยสามารถสื่อสารกับผู้ป่วยได้โดยการเขียนแล้วก็ปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่กับญาติ มองดูผู้ป่วยห่างๆ

ผ่านไป 2 เวรอาการผู้ป่วยก็ทรุดลงเรื่อยๆจึงจัดให้ภรรยาและน้องชายมาอยู่ด้วยกับผู้ป่วยในระยะสุดท้ายน้องชายเอาสร้อยคอทองคำพร้อมพระกรอบทองใส่มือให้ผู้ป่วย ผู้ป่วยก็มอบให้ภรรยา ทราบที่หลังว่าผู้ป่วยซื้อเตรียมให้ภรรยา โดยให้น้องชายเป็นผู้จัดการให้ ภรรยาร้องไห้ในสิ่งที่ผู้ป่วยทำเช่นนั้น จึงกั้นม่านให้ภรรยาและผู้ป่วยอยู่ด้วยกัน ให้ผู้ป่วยน้องชายและภรรยากล่าวขออโหสิกรรมกันและกัน หลังจากนั้นให้กอดให้กำลังใจผู้ป่วยและจัดที่นั่งให้ภรรยาและน้องชายนั่งจับมือผู้ป่วยอยู่คนละข้าง ปล่อยให้อยู่ด้วยกันสักพักเมื่อเห็นความดันโลหิตผู้ป่วยเริ่มลดลงจึงเข้าไปหาผู้ป่วยและบอกให้ผู้ป่วยรับทราบว่าน้องชายและภรรยาอยู่ข้างๆตลอดไม่ต้องกลัว เมื่อมีอาการรบกวนอะไรทางด้านร่างกายให้แค่รู้นะ ลองนะคะ ขณะเดียวกันก็ให้รู้แค่ลมหายใจอย่างที่พยาบาลเคยสอน (ขณะนั้นจับมือทั้ง 2 ข้าง ผู้ป่วยมาประสานกันไว้ที่หน้าท้อง)ให้ตามรับรู้แต่ลมหายใจนะ หายใจเข้า……….หายใจออก…หายใจเข้า….หายใจออก………พูดซ้ำๆ หยุดเป็นช่วงๆประมาณ 3 นาทีแล้วก็เปลี่ยนให้เป็นภรรยาทำแทนเรา โดยตอนแรกให้ภรรยาจับมือก่อนเราเป็นคนออกเสียง หลังจากนั้นให้ภรรยาออกเสียงแทน ประมาณ 20 นาทีผู้ป่วยก็จากไปอย่างสงบโดยไม่ดิ้นทุรนทุราย

บทความโดย พว.เบญจมาส วงศ์มณีวรรณ โรงพยาบาลลำปาง

ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/557027

1
0

บทความยอดนิยม

ชีวิตมีชีวาเมื่อกลับมาอยู่กับปัจจุบัน – คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

ความตายไม่น่ากลัว เท่ากับเรากลัวความตาย กฎหมายช่วยไม่ได้ ตราบใดที่เราไม่เข้าใจ – ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ทบทวนความหมายที่แท้จริงของการมีลมหายใจ ในการใช้ชีวิตอย่างมีชีวา และมีค่าสำหรับใครบางคน กับ ‘ครูเล็ก’ – ภัทราวดี มีชูธน

บทความแนะนำ

คุณภาพชีวิตและทางเลือกการตาย เริ่มต้นได้ที่การออกแบบเมือง – ผศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์

เบื้องหน้าที่สวยงามมาจากเบื้องหลังแห่งความพยายาม – ดร. อริสรา กำธรเจริญ

เกิด แก่ (ไม่) เจ็บ ตาย: สูงวัยอย่างมีคุณภาพได้ แค่ออกกำลังกาย กินให้น้อย นอนให้พอ – ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ