ความตายกับภาพตัวแทน

Share:

เพื่อให้เข้าใจและถ่ายทอดความรู้สึกต่อความตาย ซึ่งเป็นสภาวะนามธรรมได้มากขึ้น มนุษย์รู้จักที่จะเปลี่ยนสิ่งนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรมด้วยการสร้าง บุคลาธิษฐาน หรือ การสร้างภาพตัวแทน (Personification) เพื่อใช้สื่อสารในวรรณกรรม ตำนาน ภาพวาด หรือภาพยนตร์ ภาพตัวแทนของความตายสากลคือยมทูต มีลักษณะที่ร่วมกันคือ ภาพของโครงกระดูก หรือเงาดำในผ้าคลุมสีดำ ถือเคียวยักษ์ ปรากฏตัวเมื่อผู้ป่วยใกล้เสียชีวิต และพาดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย ภาพตัวแทนลักษณะนี้ดูน่ากลัว น้อยคนนักท่ีอยากเจอ ใครเจอเข้าก็อยากหนีไปให้ไกล  ภาพยมทูตสะท้อนโลกทัศน์เกี่ยวกับชีวิตและความตายอย่างน่าสนใจ โลกทัศน์ดังกล่าวเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในคติยุคกรีกโบราณ มีเทพชื่อว่าธานาทอส (Thanatos) แปลตรงตัวว่าความตาย เป็นบุตรของนิกซ์ (Nyx) หรือกลางคืน เป็นพี่น้องฝาแฝดกับฮิปโนส (Hypnos) เทพแห่งการหลับไหล ธานาทอสเป็นอยู่ในรูปของชายแก่มีปีก แต่บางครั้งปรากฏในรูปชายหนุ่ม 

ตำนานพื้นบ้านสแกนดิเนเวีย ความตายอยู่ในรูปของ เฮล (Hel) เทพีแห่งความตายที่ควบคุมอาณาจักรชื่อเดียวกัน ในทางภาษาศาสตร์ เฮล เป็นคำในตระกูลอินโดยูโรเปียน มีความหมายเดียวกับ กาลี (Kali) หรือเทพีแห่งกาลเวลา การทำลายล้าง และการเกิดใหม่ ของอินเดียนั่นเอง

ในในปี ค.ศ. 1347 – 1351 ทั่วทั้งยุโรปประสบทุพิกภัยจากกาฬโรค ที่คร่าชีวิตชาวเมืองถึง 95 – 200 ล้านคน ยุคนี้เองที่มีตำนานยมทูตคนใหม่ชื่อเปสตา (Pesta) ปรากฏตัวในรูปของหญิงแก่สวมฮูดสีดำ ในมือถือคราดไม้ หรือไม้กวาด ว่ากันว่า หากพบเปสตาถือคราด จะมีบางคนในหมู่บ้านที่รอดจากกาฬโรค แต่ถ้าพบเปสตาถือไม้กวาด ทุกคนในหมู่บ้านจะเสียชีวิตทั้งหมด

ค.ศ. 1957 โลกมีภาพตัวแทนของความตายสมัยใหม่จากภาพยนตร์สแกนดิเนเวียเรื่อง The Seventh Seal กำกับโดย Ingmar Bergman เสนอภาพยมทูตในชุดผ้าคลุมสีดำ ปรากฏตัวต่อหน้าอัศวินที่เพิ่งกลับจากสงครามครูเสด ผู้กำลังสับสนชีวิตจากเหตุการณ์สงคราม ขณะที่บ้านเกิดกำลังเผชิญกาฬโรคและการล่าแม่มด อัศวินพบยมทูตมารับวิญญาณของตน เขาจึงท้าความตายด้วยการดวลเกมหมากรุก และวางเดิมพันว่า หากเขาเล่นชนะ จะรอดพ้นความตายครั้งนี้ แต่ถ้าเขาแพ้ จะยอมตายและเดินทางไปกับยมทูต 

ทั้งสองสนทนากันถึงความหมายของชีวิตและความตายระหว่างเล่นหมากรุก และเมื่อเกมใกล้จบกระดาน อัศวินพบว่าตนกำลังจะแพ้ จึงล้มกระดานทิ้งเสียและวิ่งหนีไป ทิ้งคำถามให้ผู้ชมคิดว่า ถึงที่สุดแล้ว เราหนีความตายได้จริงหรือ ภาพยมทูตที่ปรากฏในสื่อใหม่นี้เอง ที่เป็นภาพยมทูตสมัยใหม่ติดตาผู้คนทั่วโลก ทั้งที่เคยชมภาพยนตร์หรือไม่ก็ตาม

 ในอินเดีย เรียกยมทูตว่า ยม (Yama) ซึ่งเป็นราชาของกฎแห่งกรรมที่ยุติธรรมยิ่ง พญายมขี่ควายดำ มือถือบ่วงบาศ แบกหามดวงวิญญาณจากโลกมนุษย์ไปตัดสินกรรมที่ยมโลก ที่นั่นจะมีพระเจตคุปต์ รักษาคัมภีร์บันทึกกรรมดีและกรรมชั่ว วิธีการตัดสินคือการนำเอาความดีความชั่วมาชั่งตวง หากกรรมดีมากกว่าก็จะไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี

 ภาพตัวแทนของความตายในยุคจารีต ยมทูตในสังคมต่างๆ จึงเป็นตัวละครหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออธิบายแบบจำลองขีวิตในฝ่ายจิตว่า ชีวิตคืออะไร โลกหลังความตายมีอะไรรออยู่ (ตายแล้วเกิดใหม่ หรือตายแล้วไปรอตัดสินว่าจะได้กลับไปอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าหรือไม่) ยมทูตยังอธิบายกลไกของชีวิต เช่น เคียวของยมทูตทำหน้าที่ตัดสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างกายกับจิต ก่อนจะพาดวงจิตเดินทางต่อไปยังปรโลก  ภาพตัวแทนของความตายยังสะท้อนความรู้สึกหวาดหวั่น เมื่อต้องเผชิญความตายในลักษณะต่างๆ สแกนดิเนเวีย มียายแก่เปสตา ยมทูตที่มารูปร่างและเรื่องเล่าออกจะน่ากลัวออกสักหน่อย  ยมทูตในอินเดียทำหน้าที่ขัดเกลาศีลธรรมของสังคม ความตายคือขั้นตอนหนึ่งของการได้รับความยุติธรรมจากการทำตามหรือละเมิดกฎแห่งกรรม ทั้งยังสะท้อนโลกทัศน์เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ถึงกระนั้น ในสังคมสมัยใหม่ ผู้คนต้องการภาพตัวแทนของความตายที่หลากหลายและตอบโจทย์มากขึ้น โดยเฉพาะการพยายามให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อการตายตามธรรมชาติ การมีชีวิตและความสัมพันธ์ที่ดี เราจึงมียมทูตดังที่ปรากฏในเรื่อง “หากโลกนี้ไม่มีแมว” ซึ่งสื่อสารทัศนคติต่อความตายดังกล่าวกับคนเป็นมากขึ้น ให้ข้อคิดบทเรียน หรือแม้กระทั่งปลอบประโลกคนสมัยใหม่ให้มองความตายเป็นเรื่องธรรมดา มองเห็นแง่มุมที่ดีในชีวิตมากขึ้น 

ยมทูตจากภาพยนตร์เรื่อง หากโลกนี้ไม่มีแมว


ในงาน Last Life Lesson คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ยังยกแง่มุมที่น่าสนใจว่า สังคมสมัยใหม่ น่าจะพิจารณาทบทวนภาพตัวแทนของความตายให้มีลักษณะที่ไม่น่ากลัวเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าความตายจะเป็นเรื่องดีงามจนปรารถนาตายก่อนเหตุสมควร คุณหญิงจำนงศรี ยังยกตัวอย่างจากวีดีโออะนิเมชันเรื่อง The Life of Death ที่พระอาจารย์ชยสาโรส่งมาให้ดู มันคือเรื่องราวของยมทูตกับแม่กวาง ที่ปะทะสังสรรค์กันอย่างน่าสนใจ ซึ่งท่านสามารถคลิกชมวีดีโอเต็มเรื่องได้ที่ด้านล่าง 

วีดีโอ The Life of Death

น่าติดตามต่อว่า ภาพตัวแทนของความตายจะพัฒนาต่อไปอย่างไรในสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีผู้ต้องรับมือกับความเจ็บป่วยและความตายต่างจากสังคมยุคก่อนอย่างมาก 

คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์​ ในงาน The Last Life Lesson 

ภาพประกอบ
https://en.wikipedia.org/wiki/Death_(personification)
https://www.deviantart.com/branmuffinbri/art/30-Days-of-Monsters-1-Pesta-563717624
http://gloriousindia.in/indian-mythology/lesser-gods/yama/

1
0

บทความยอดนิยม

ชีวิตมีชีวาเมื่อกลับมาอยู่กับปัจจุบัน – คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

ความตายไม่น่ากลัว เท่ากับเรากลัวความตาย กฎหมายช่วยไม่ได้ ตราบใดที่เราไม่เข้าใจ – ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ทบทวนความหมายที่แท้จริงของการมีลมหายใจ ในการใช้ชีวิตอย่างมีชีวา และมีค่าสำหรับใครบางคน กับ ‘ครูเล็ก’ – ภัทราวดี มีชูธน

บทความแนะนำ

คุณภาพชีวิตและทางเลือกการตาย เริ่มต้นได้ที่การออกแบบเมือง – ผศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์

เบื้องหน้าที่สวยงามมาจากเบื้องหลังแห่งความพยายาม – ดร. อริสรา กำธรเจริญ

เกิด แก่ (ไม่) เจ็บ ตาย: สูงวัยอย่างมีคุณภาพได้ แค่ออกกำลังกาย กินให้น้อย นอนให้พอ – ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ