ความหมายที่แท้จริงของการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care)

Share:

หลายคนยังเข้าใจผิดว่า การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) เป็น “การยุติการรักษา และผู้ป่วยจะไม่ได้รับการดูแลอาการต่อ” แต่แท้จริงแล้ว เป็นการเปลี่ยนเป้าหมายการรักษาของผู้ป่วยและญาติ จากเดิมที่หวังว่าต้องรักษาให้โรคหายขาด เป็นการดูแลตามอาการ ซึ่งเน้นให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยหลังจากปรับเป้าหมายกันแล้ว ถ้าการดำเนินโรคเปลี่ยนแปลงไป เป้าหมายการดูแลก็จะปรับเปลี่ยนได้อีกตามตัวโรค รวมทั้งมีการบริหารจัดการกับอาการในระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยสุขสบายมากที่สุด ได้รับความทุกข์ทรมานน้อยที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิต จนสามารถจากไปอย่างสงบ สบาย สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือเรียกว่า “ตายดี”

รศ.พญ.ศรีเวียง ไพโรจน์กุล หัวหน้าศูนย์การุณยรักษ์ (Palliative Care Unit) โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายกสมาคมบริบาลผู้ป่วยระยะท้ายแห่งประเทศไทย กล่าวถึง “การดูแลแบบประคองและการตายดี” ว่า

“การตายดี สิ่งสำคัญอย่างแรกคือ ความพร้อม เมื่อรู้ว่ากำลังจะตายแล้วยอมรับมันได้ พร้อมเผชิญกับความตาย ย่อมดีกว่าคนที่พยายามดิ้นทุรนทุราย ทำไมฉันต้องตาย ซึ่งเป็นการตายด้วยจิตใจที่ไม่สงบ

สิ่งสำคัญอย่างที่สองคือ ต้องมีการจัดการอาการที่ดี ผู้ป่วยระยะท้ายด้วยโรคต่าง ๆ ยกตัวอย่าง มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง หัวใจวาย น้ำท่วมปอด จะมีอาการหอบ ทุรนทุราย กระวนกระวาย ถ้าไม่มีระบบการจัดการอาการที่ดี คนไข้ก็จะทุกข์ทรมานเหมือนคนจมน้ำ แต่ถ้ามีระบบการจัดการอาการที่ดีก็จะช่วยให้คนไข้ตายดี ตายอย่างสงบ ไม่ทรมาน

ทำอย่างไรจึงจะไปสู่การตายดีได้ ในมุมมองของหมอคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด ประเพณีวัฒนธรรมใด สุดท้ายคือ ขึ้นกับความเข้าใจและความชอบของคนไข้ ถ้าเรารู้ว่าในชีวิตเขานั้นอะไรสำคัญที่สุด มีคุณค่าสำหรับเขาที่สุด บางคนอาจบอกว่าคุณค่าของเขาคือ ได้รับการยอมรับในการทำงาน บางคนอาจบอกว่าขอแค่ให้ลูกเลี้ยงดูได้ดี บางคนอาจขอให้ตอนตายได้มีโอกาสสวดมนต์ แต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน ดังนั้นให้เรายึดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับเขา อะไรคือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเขา อะไรคือสิ่งมีคุณค่าที่สุดสำหรับเขา นี่คือการยึดที่ตัวตนของผู้ป่วยเป็นหลัก”

ดังนั้น การดูแลแบบประคับประคองจึงมีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งกระบวนการนี้จะประสบความสำเร็จได้ต้องวางแผนและทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารพูดคุยวางแผนร่วมกันระหว่างตัวผู้ป่วย ครอบครัว คนใกล้ชิด และบุคลากรสุขภาพ เชื่อมโยงการดูแลจากโรงพยาบาลไปยังบ้าน จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และไม่ได้ดูแลเฉพาะตัวผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงครอบครัว คนใกล้ชิด ซึ่งเป็นผู้ดูแล และกำลังเผชิญกับการสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักด้วย

หากจะสรุปแนวทางสำคัญของการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น สามารถสรุปได้ ดังนี้

  • “Palliative Care ไม่ได้หมายถึงไม่ดูแล หรือไม่รักษาแล้ว” แต่ยังต้องมีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการไม่สุขสบาย ไม่ใช่การรักษาให้หายจากโรค 
  • “Palliative Care ไม่ได้หมายถึงภาวะใกล้ตาย” แต่หมายถึงการดูแลผู้ป่วยให้มีชีวิตอยู่ในระยะท้ายอย่างมีคุณภาพที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่เท่าไหร่ก็ตาม
  • “Palliative Care ไม่ได้หมายถึงการเร่ง หรือทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น” แต่เป็นการดูแลให้ผู้ป่วยอยู่อย่างสุขสบายที่สุด และจากไปตามธรรมชาติ
  • “Palliative Care ที่บ้าน ไม่ใช่ทางเลือกที่ไม่ดี” แต่ดีต่อผู้ป่วยที่ผูกพันกับบ้านและชุมชน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่รักมากขึ้น
  • “หมอและพยาบาลไปเยี่ยมที่บ้านบ่อย ๆ ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยใกล้เสียชีวิต” แต่การไปเยี่ยมบ้านช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกอุ่นใจ และคลายความกังวลของญาติ
  • “Palliative Care ไม่ใช่ทางเลือกแค่ตอนใกล้ตาย” แต่ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี โดยสามารถเริ่มแนวทางนี้ได้ตั้งแต่ได้รับการวินิจฉัยโรคว่า อาการเจ็บป่วยนั้นลุกลาม เรื้อรัง หรือไม่หายขาด
  • “Palliative Care ไม่ใช่การตัดสินใจแทนผู้ป่วยทุกเรื่อง” แต่เคารพความต้องการสูงสุดของผู้ป่วย ให้ร่วมตัดสินใจเลือกการรักษาในวาระสุดท้าย และสามารถมอบอำนาจการตัดสินใจในช่วงระยะท้ายให้กับบุคคลที่ไว้วางใจ

แม้ว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์จะพัฒนาไปอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของมนุษย์ทุกคนให้อยู่ตลอดไปได้ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ทุกคนย่อมหลีกเลี่ยงความเสื่อมของสุขภาพ หรือความตายไม่ได้เลย การดูแลผู้ป่วยจึงจึงอาจจะต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากเพื่อให้หาย หรือมีชีวิตยาวนานที่สุด ไปเป็นการดูแลผู้ป่วยที่มีโรค หรือความเสื่อมที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว สามารถอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต หรือตายดีได้ 

แนวทางการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ตอบโจทย์นั้นได้ และเป็นแนวทางที่ทุกคนควรเข้าถึงได้ ดังที่ รศ.พญ.ศรีเวียง กล่าวไว้ว่า

“การดูแลแบบประคับประคองในประเทศไทย ควรจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพ โดยต้องเป็น Palliative Care ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้และมีคุณภาพดี คนไข้ต้องเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน นั่นคือ เป็นระบบที่ทุกที่ ทุกโรงพยาบาลมีเหมือนกัน ในมาตรฐานเท่าเทียมกัน”

0
0

บทความยอดนิยม

วางแผนดูแลชีวิตด้วยสิทธิในระบบประกันสุขภาพของรัฐ

การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยมอร์ฟีน

บทความแนะนำ

ลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงสุดท้ายของชีวิตด้วยการดูแลแบบประคับประคอง

การแต่งตั้งผู้พิทักษ์และผู้อนุบาลไว้ล่วงหน้า: ประเด็นกฎหมายสำหรับสังคมผู้สูงวัย