ทำไมเราจึงกลัวความตาย

Share:

“ชีวิตกับความตาย” เป็นเหมือนเหรียญสองด้าน แม้เราจะมีจุดมุ่งหมายสูงส่งเพียงใดก็ตาม แต่ก็ควรคิดเผื่อไว้ด้วยว่า ความตายมาเยือนเราได้ทุกเมื่อ และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะรับมืออย่างไร

บางคนอาจคิดว่า ชีวิตที่ดีงามมั่นคง คือ ชีวิตที่มีหน้าที่การงานดี สมบูรณ์ด้วยทรัพย์ บางคนคิดถึงชีวิตที่เป็นอิสระ อย่างไรก็ตาม เราควรนึกถึงชีวิตที่มีความตายที่ดีด้วย “การตายดี” หรือ “ตายอย่างสงบ” นั้นเป็นไปได้ ไม่เกินวิสัยของพวกเรา แต่ต้องเริ่มต้นจากการยอมรับว่า ชีวิตมีความตายเป็นส่วนประกอบ และอาจมาเยือนเราเมื่อไหร่ก็ได้ อาจจะปีหน้า เดือนหน้า พรุ่งนี้ หรือวันนี้ ความตายเป็นสิ่งเที่ยงแท้และแน่นอน เป็นการดีกว่าที่เราจะหันมาเผชิญหน้ากับความตาย

คนส่วนใหญ่อาจไม่กล้าที่จะเผชิญความจริงอันนี้ แม้ใครบางคนพูดขึ้นก็ตกใจ ไม่อยากพูด ไม่อยากคิด ไม่อยากฟัง เพราะถือว่าเป็นอัปมงคล ปฏิเสธความตายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง 

ทุกคนรู้ได้ด้วยความคิดว่าคนเราเกิดมาต้องตาย แต่ยอมรับไม่ได้ว่า “ตนเอง” ก็ต้องตาย วิธีหลีกเลี่ยงคือ พยายามทำตัวให้วุ่น ทำใจไม่ให้ว่าง พยายามไม่นึกถึงหรือลืมความตาย แต่จะลืมได้ก็เพียงชั่วขณะเท่านั้น เมื่อนึกขึ้นได้ก็พยายามทำตัวให้วุ่นอีก ทำให้เมื่อเกิดล้มป่วยก็ทรุดซึม กินไม่ได้ นอนไม่หลับ มีสภาพเหมือนตายทั้งเป็น และหากไม่ตั้งสติรับมือเตรียมตัว อาจจะตายทั้งที่ไม่มีสติ ตายอย่างทุรนทราย เป็นการตายที่มีทุคติเป็นที่หมาย ตายไม่ดี 

ความตายเหมือนการสอบไล่ของวิชาชีวิตซึ่งสอบได้เพียงครั้งเดียว แก้ตัวไม่ได้ มีเดิมพันสูงมาก หากสอบผ่านก็ได้เลื่อนขั้น สอบตกก็ไปอบาย แต่แปลกที่บางคนไม่ได้เตรียมตัวสอบเลย ผิดกับวิชาทางโลก

เวลาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อเสียง หรือสอบเพื่อทำงาน เราใช้เวลาเตรียมตัวสอบมากมาย แต่กับความตาย บางคนไม่ได้เตรียมความพร้อมเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ ดังนั้น การมาเรียนรู้เรื่องการเตรียมตัวตายจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะได้ใช้กับตนเอง ได้ใช้ช่วยเหลือคนรักอย่างแน่นอน

ถ้าเรารู้จักความตายดีพอ เราจะพบว่า “ความตายไม่น่ากลัวเท่ากับความกลัวตาย” ดังที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ว่า “ความตายเป็นนาทีทองของชีวิต” เป็นโอกาสบรรลุธรรมขั้นสูง พระอรหันต์หลายรูปได้เรียนรู้ความจริงที่เผยตัวในภาวะใกล้ตาย จากสังขารที่กำลังแตกดับ และทุกข์ที่ปรากฏอย่างชัดแจ้ง

หากคนใกล้ตายมีท่าทีที่ถูกต้อง วางใจเป็น นาทีทองนี้จะมีความหมายมาก สำหรับบางคนใช้โอกาสนี้ในการคืนดี ยกระดับการเติบโตทางจิตวิญญาณ ความตายยังช่วยให้เราเห็นประโยชน์ของการทำความดี ช่วยให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้น ลดละความยึดมั่นถือมั่นไปทีละน้อย ถ้าเราเห็นประโยชน์ของความตาย ก็จะกลัวตายน้อยลง และปรับปรุงพัฒนาชีวิตที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นในปัจจุบัน

เหตุที่เรากลัวความตายนั้น แท้จริงเรากลัวอะไร และเหตุใดเราจึงกลัว 

เรากลัวเจ็บปวดทรมานก่อนตาย กลัวพลัดพรากจากคนรัก กลัวชีวิตหลังความตาย กลัวบาปกรรม กลัวความตายเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากตายไป กลัวเพราะไม่คุ้นเคยกับการตาย กลัวเพราะไม่รู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรต่อความตาย กลัวเพราะเป็นห่วงคนข้างหลังว่าจะอยู่กันอย่างไร ฯลฯ

อาจสรุปสั้น ๆ ได้ว่า คนเรากลัวความตาย เพราะความตายเป็นศูนย์รวมความทุกข์ทั้ง 2 ประการ คือ

  1. ความตายทำให้เราพบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก ความเจ็บปวด การช่วยตัวเองไม่ได้ 
  2. ความตายทำให้เราพลัดพรากจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารัก เช่น ทรัพย์สมบัติ ของอร่อย คนรัก รวมทั้งสิ่งที่เรารักที่สุดนั่นก็คือ “ตัวตน”

ตัวตน หรือ “ตัวกู” คือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เรากลัวตาย เรากลัวความตายเพราะกลัวจะว่าตัวตนจะดับสูญ อย่างคนป่วยใกล้ตายคนหนึ่งซึ่งแม้จะยากจน ไร้ญาติ และเจ็บปวดทุกข์ทรมานมาก แต่เขาก็ยังปรารถนาที่จะมีชีวิตต่อไปให้นานที่สุด เพราะยังมีบางสิ่งที่เขารักและไม่อยากสูญเสีย คือ ตัวตน

วิธีการบรรเทาความกลัวตายอันเนื่องจากการสูญเสียตัวตนทำได้หลายแบบ เช่น

  • การช่วยให้ผู้จากไปรับรู้ว่าตัวตนยังไม่ดับสูญ แต่ตัวตนยังมีความสืบเนื่องบางอย่าง เช่น การได้เป็นที่จดจำจากประเพณีรำลึกถึงผู้ที่จากไป การสร้างคุณงามความดีเพื่อจะได้มีคนระลึกถึง ได้จารึกชื่อลงในอนุสาวรีย์หรือกำแพงวัด
  • การพิจารณาจนเห็นความจริงว่า ถึงที่สุดแล้ว ตัวตนเป็นสิ่งไม่มีอยู่จริง หากเป็นความเข้าใจผิดจากปรากฏการณ์ทางจิต ดังนั้น การคลายความยึดมั่นในตัวกู ของกู จึงช่วยคลายความกลัวตายได้ด้วย ดังที่อาจารย์พุทธทาสแนะนำว่า “ให้ตายก่อนตาย”

ในสังคมที่สนับสนุนให้ยึดมั่นในตัวกู เช่น เราต้องประสบความสำเร็จ เราต้องไม่เหมือนใคร เราต้องเป็นคนสำคัญ จึงเป็นธรรมดาที่คนจะกลัวตายมากขึ้น 

เรียบเรียงจากการบรรยายธรรมของพระไพศาล วิสาโล และงานอบรม “วิถีสู่ความตายอย่างสงบ (บ้านน้ำสาน) กุมภาพันธ์ 2561

0
0

บทความยอดนิยม

วางแผนดูแลชีวิตด้วยสิทธิในระบบประกันสุขภาพของรัฐ

การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยมอร์ฟีน

บทความแนะนำ

ลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงสุดท้ายของชีวิตด้วยการดูแลแบบประคับประคอง

การแต่งตั้งผู้พิทักษ์และผู้อนุบาลไว้ล่วงหน้า: ประเด็นกฎหมายสำหรับสังคมผู้สูงวัย