บทเรียนจากบ้านน้ำสาน (1): ทำไมต้องเรียนรู้เรื่องความตาย

Share:

ชีวิตกับความตายเป็นเหมือนเหรียญสองด้าน แม้เราจะมีจุดมุ่งหมายสูงส่งเพียงใดก็ตาม แต่ก็ควรคิดเผื่อไว้ด้วยว่า ความตายจะมาเยือนเราได้ทุกเมื่อ และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะรับมืออย่างไร

บางคนอาจคิดว่าชีวิตที่ดีงามมั่นคง คือชีวิตที่มีหน้าที่การงานที่ดี สมบูรณ์ด้วยทรัพย์ บางคนคิดถึงชีวิตที่เป็นอิสระ อย่างไรก็ตามเราควรนึกถึงชีวิตที่มีความตายที่ดีด้วย การตายดีหรือตายอย่างสงบนั้นเป็นไปได้ ไม่เกินวิสัยของพวกเรา แต่ต้องเริ่มต้นจากการยอมรับว่าชีวิตมีความตายเป็นส่วนประกอบ และอาจมาเยือนเราเมื่อไหร่ก็ได้ อาจจะปีหน้า เดือนหน้า พรุ่งนี้ หรือวันนี้ ความตายเป็นสิ่งเที่ยงแท้และแน่นอน เป็นการดีกว่าที่เราจะหันมาเผชิญหน้ากับความตาย

คนส่วนใหญ่อาจไม่กล้าที่จะเผชิญความจริงอันนี้ แม้ใครบางคนพูดขึ้นก็ตกใจ ไม่อยากพูด ไม่อยากคิด ไม่อยากฟัง เพราะถือว่าเป็นอัปมงคล ปฏิเสธความตายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง 

ทุกคนรู้ได้ด้วยความคิดว่าคนเราเกิดมาต้องตาย แต่ยอมรับไม่ได้ว่า “ตนเอง” ก็ต้องตาย วิธีหลีกเลี่ยงคือ พยายามทำตัวให้วุ่น ทำใจไม่ให้ว่าง พยายามไม่นึกถึงหรือลืมความตาย แต่จะลืมได้ก็เพียงชั่วขณะเท่านั้น เมื่อนึกขึ้นได้ก็พยายามทำตัวให้วุ่นอีก ทำให้เมื่อเกิดล้มป่วยก็ทรุดซึม กินไม่ได้ นอนไม่หลับ มีสภาพเหมือนตายทั้งเป็น และหากไม่ตั้งสติรับมือเตรียมตัว อาจจะตายทั้งที่ไม่มีสติ ตายอย่างทุรนทราย เป็นการตายที่มีทุคติเป็นที่หมาย ตายไม่ดี 

ความตายเหมือนการสอบไล่ของวิชาชีวิตซึ่งสอบได้เพียงครั้งเดียว แก้ตัวไม่ได้ มีเดิมพันสูงมาก หากสอบผ่านก็ได้เลื่อนขั้น สอบตกก็ไปอบาย แต่แปลกที่บางคนไม่ได้เตรียมตัวสอบเลย ผิดกับวิชาทางโลก

เวลาจะสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อเสียง หรือสอบเพื่อทำงาน เราใช้เวลาเตรียมตัวสอบมากมาย แต่กับความตาย บางคนไม่ได้เตรียมความพร้อมเลย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ ดังนั้นการมาเรียนรู้เรื่องการเตรียมตัวตายจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะได้ใช้กับตนเอง ได้ใช้ช่วยเหลือคนรักอย่างแน่นอน

ถ้าเรารู้จักความตายดีพอ เราจะพบว่า “ความตายไม่น่ากลัวเท่ากับความกลัวตาย” ท่านพุทธทาส กล่าวไว้ว่า ความตายเป็นนาทีทองของชีวิต เป็โอกาสบรรลุธรรมขั้นสูง พระอรหันต์หลายรูปได้เรียนรู้ความจริงที่เผยตัวในภาวะใกล้ตาย จากสังขารที่กำลังแตกดับ และทุกข์ที่ปรากฏอย่างชัดแจ้ง

หากคนใกล้ตายมีท่าทีที่ถูกต้อง วางใจเป็น นาทีทองนี้จะมีความหมายมาก สำหรับบางคนใช้โอกาสนี้ในการคืนดี ยกระดับการเติบโตทางจิตวิญญาณ ความตายยังช่วยให้เราเห็นประโยชน์ของการทำความดี ช่วยให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้น ลดละความยึดมั่นถือมั่นไปทีละน้อย ถ้าเราเห็นประโยชน์ของความตาย ก็จะกลัวตายน้อยลง และปรับปรุงพัฒนาชีวิตที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นในปัจจุบัน

เรียบเรียงจากการบรรยายธรรมของพระไพศาล วิสาโล ในคอร์สอบรมวิถีสู่ความตายอย่างสงบ (บ้านน้ำสาน) กุมภาพันธ์ 2561 

1
0

บทความยอดนิยม

ชีวิตมีชีวาเมื่อกลับมาอยู่กับปัจจุบัน – คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

ความตายไม่น่ากลัว เท่ากับเรากลัวความตาย กฎหมายช่วยไม่ได้ ตราบใดที่เราไม่เข้าใจ – ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ทบทวนความหมายที่แท้จริงของการมีลมหายใจ ในการใช้ชีวิตอย่างมีชีวา และมีค่าสำหรับใครบางคน กับ ‘ครูเล็ก’ – ภัทราวดี มีชูธน

บทความแนะนำ

คุณภาพชีวิตและทางเลือกการตาย เริ่มต้นได้ที่การออกแบบเมือง – ผศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์

เบื้องหน้าที่สวยงามมาจากเบื้องหลังแห่งความพยายาม – ดร. อริสรา กำธรเจริญ

เกิด แก่ (ไม่) เจ็บ ตาย: สูงวัยอย่างมีคุณภาพได้ แค่ออกกำลังกาย กินให้น้อย นอนให้พอ – ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ