บันทึกงานอบรม อยู่อย่างมีความหมาย จากไปอย่างมีความสุข

Share:

บันทึก Workshop “อยู่อย่างมีความหมาย จากไปอย่างมีความสุข” สำหรับผู้สนใจ
เสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561 ณ ห้อง 1212 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ช่วงเช้า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรับชมภาพยนตร์สารคดีสั้นจากต่างประเทศ เป็นเรื่องราวการเผชิญวิกฤตของผู้ป่วยฉุกเฉินภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สารคดีแสดงให้เห็นความรู้สึกนึกคิดของญาติผู้ป่วยและแพทย์ที่มีต่อผู้ป่วยวิกฤตในแต่ละกรณี

เมื่อภาพยนตร์จบลง ทีมชีวาภิบาลจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ให้แง่คิดการดูแลผู้ป่วยวิกฤตนั้น แพทย์ ญาติ และผู้ป่วยเอง มักเป็นทุกข์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หน้าที่ของชีวาภิบาลส่วนหนึ่งคือการเยี่ยมไข้ที่บ้าน ซึ่งเป็นช่วงที่ลดการรักษาแบบหายขาด แต่ยังคงมีกระบวนการดูแลให้สุขสบาย หากผู้ป่วยต้องการกลับบ้าน ก็จะพยายามให้ผู้ป่วยได้ทำตามความปรารถนา เพราะผู้ป่วยจำนวนมากจะรู้สึกดี อบอุ่น ที่ได้กลับบ้านและรายรอบไปด้วยคนรักที่คุ้นเคย

ช่วงสายๆ ศ. แสวง บุญเฉลิมวิภาส ที่ปรึกษาศูนย์กฏหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายเรื่อง Living Will การแสดงเจตจำนงในการรักษาพยาบาลในวาระสุดท้ายตามแบบที่ผู้ป่วยต้องการ ผู้ป่วยอาจปฏิเสธยืดชีวิต แต่ยังขอให้ช่วยลดความปวดและความไม่สุขสบาย หรือการรักษาแบบประคับประคอง

การเขียน Living Will อาจเขียนด้วยลายมือผู้ป่วยเองก็ได้ แต่แพทย์จะทำตาม Living Will หรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่ต้องตัดสินใจร่วมกับญาติและวิจารณญาณของแพทย์ผู้รับผิดชอบคนไข้ ศ.แสวงยังบรรยายถึงภาวะอาการของผู้ป่วยระยะสุดท้าย และให้ข้อพิจารณาเรื่องการตายดีจากมุมมองของพุทธศาสนา ว่า การตายดีคือการมีสติ รู้ตัว จิตใจดี ไม่ขุ่นมัว ไม่เศร้าหมองในยามหมดลมหายใจ

สุดท้าย ศ.แสวงได้พูดถึง Hospice หรือสถานดูแลผู้ป่วยในช่วงสุดท้าย มีลักษณะกึ่งบ้านกึ่งโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ผู้ดูแลสามารถพักอาศัยในสถานที่พักผู้ป่วยเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดขณะเดียวกันก็จะมีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลอยู่ด้วย ท่านเป็นผู้ก่อตั้ง “ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์” ซึ่งเป็นฮอซพิซที่เชื่อมการดูแลกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2562

ช่วงบ่าย รศ.นพ. ฉันท์ชาย สิทธิพันธ์ มาตั้งประเด็นชวนคิดว่า การตายดีคืออะไร ท่านให้ข้อสังเกตว่าแต่ละบุคคลให้ความหมายต่อการตายดีแตกต่างกัน ตามความเชื่อของผู้ป่วยและครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ การตายดีมักหมายถึง

  • การตายที่ไม่ทุกข์ทรมาน
  • มีการเตรียมตัว และวางแผนไว้อย่างดี
  • มีการดูแลทั้งร่างกาย จิตใจและสังคมของทั้งผู้ป่วย ญาติ และผู้ดูแล

การดูแลแบบ Palliative Care หรือการดูแลแบบประคับประคอง เน้นการการรักษาดูแลคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ดูแลอาการเจ็บปวด ดังนั้น การใช้เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดียังคงเป็นสิ่งจำเป็น การยื้อชีวิต จำเป็นต้องบริหารสมดุลระหว่างความหวังและความจริง ระหว่างการไม่เร่งรัดความตาย ขณะเดียวกันก็ไม่ยื้อชีวิต

กิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการตายดีได้มากขึ้นคือ การวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บน…

  • การเคารพสิทธิ์ของบุคคลทุกฝ่ายทั้งผู้ป่วย ญาติ และแพทย์ผู้รักษา
  • การเข้าใจโรค และการดำเนินของโรค
  • การเข้าใจความต้องการของผู้ป่วยและญาติ
  • การรักษาความสมดุล ระหว่างความจริงและความหวัง

การวางแผนการดูแลรักษาผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องเป็นความร่วมมือระหว่างแพทย์ ผู้ดูแล ญาติ และผู้ป่วย ซึ่งอาจจะไม่มีคำตอบที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ขึ้นกับสถานการณ์ขณะนั้นและ องค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วย ทั้งนี้การวางแผนการดูแลผู้ป่วยและการรักษาแบบประคับประคองก็เพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายจากไปอย่างสงบ ญาติและผู้ดูแลไม่มีความขุ่นข้อง ค้างคาใจ และแพทย์ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์

ช่วงสุดท้ายของกิจกรรม คือการเขียน Living Will วิทยากรให้พื้นฐานความเข้าใจเจตนาของการเขียนเอกสาร การกำหนดเป้าหมาย และวิธีการรักษาที่ต้องการ รวมทั้งผู้แทนที่จะทำหน้าที่ตัดสินใจแทนผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยให้ญาติสื่อสารความต้องการกับบุคลากรสุขภาพได้มาก

1
0

บทความยอดนิยม

ชีวิตมีชีวาเมื่อกลับมาอยู่กับปัจจุบัน – คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

ความตายไม่น่ากลัว เท่ากับเรากลัวความตาย กฎหมายช่วยไม่ได้ ตราบใดที่เราไม่เข้าใจ – ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ทบทวนความหมายที่แท้จริงของการมีลมหายใจ ในการใช้ชีวิตอย่างมีชีวา และมีค่าสำหรับใครบางคน กับ ‘ครูเล็ก’ – ภัทราวดี มีชูธน

บทความแนะนำ

คุณภาพชีวิตและทางเลือกการตาย เริ่มต้นได้ที่การออกแบบเมือง – ผศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์

เบื้องหน้าที่สวยงามมาจากเบื้องหลังแห่งความพยายาม – ดร. อริสรา กำธรเจริญ

เกิด แก่ (ไม่) เจ็บ ตาย: สูงวัยอย่างมีคุณภาพได้ แค่ออกกำลังกาย กินให้น้อย นอนให้พอ – ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ