รับมือกับความสูญเสียด้วยใจที่ยอมรับ

Share:

เกิด แก่ เจ็บ และตาย เป็นสัจธรรมที่มนุษย์ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากว่าวันหนึ่ง เราต้องรับมือกับเหตุการณ์ที่คนที่เรารัก หรือผูกพันมาก ๆ เจ็บป่วยในระยะท้าย ต้องรับรู้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ด้วยกันนั้นกำลังนับถอยหลังลงทุกที จนกระทั่งวันที่ต้องจากลากันอย่างไม่มีวันหวนกลับ ความเศร้าโศกย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะความรัก ความผูกพันที่มีต่อกัน ยิ่งรักผูกพันมากเพียงใด ก็ยิ่งทำใจให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดเสียใจได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก

หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นชีวิต เราจะมีวิธีรับมือกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นและผ่านมันไปได้อย่างไร มีคำอธิบายว่า มนุษย์เรามีระยะของอาการเศร้าโศกเสียใจอยู่ 5 ระยะ ถ้าเราเรียนรู้และเข้าใจว่ากำลังอยู่ในระยะไหนก็จะช่วยให้ปรับตัวกับความเศร้าโศกได้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเกิดอาการทั้ง 5 ระยะนี้ และแต่ละคนก็ใช้เวลาในการผ่านพ้นไม่เท่ากันด้วย

ระยะที่ 1 ช็อค

เป็นความรู้สึกตกใจ เสียใจ เจ็บปวด ที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของการเผชิญกับความสูญเสีย ยิ่งถ้าการสูญเสียนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ความรู้สึกช็อคจะยิ่งรุนแรง

ระยะที่ 2 รับรู้ว่าความสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว

เป็นระยะที่การกระทำ ความคิด หรือความรู้สึกยังสับสน ปนเป กลับไปกลับมาระหว่างความวิตกกังวล ความกลัว ความรู้สึกแย่ ร้องไห้ สลับกับบางวันที่รู้สึกดีขึ้น ทำใจได้

ระยะที่ 3 ถอนตัวจากความเศร้า

เป็นระยะที่รู้สึกไม่อยากทำอะไร อยากเก็บตัวอยู่คนเดียว นอนนิ่ง ๆ เรียกว่าเป็นการสงวนแรงหรือพลังงานไม่ให้ใช้หมดไปกับความเศร้าโศกเสียใจ อาจมีอาการทั้งร้องไห้ โกรธ นอนไม่หลับ เป็นระยะที่ต้องการพักและฟื้นฟู

ระยะที่ 4 เยียวยา

เป็นระยะที่ยอมรับการสูญเสีย และคิดว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร ซึ่งสะท้อนถึงกระบวนการเยียวยาตัวเอง เริ่มควบคุมชีวิตตัวเองได้ ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ ทำได้ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และทำได้ใกล้เคียงกับก่อนหน้าการสูญเสีย

ระยะที่ 5 ฟื้นตัว

เป็นระยะที่รู้สึกแข็งแรง เข้มแข็งขึ้น พร้อมเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป บางคนหากิจกรรมทำเพื่อระลึกถึงบุคคลผู้เป็นที่รักที่จากไป โดยอาจมีอาการเศร้าเสียใจบ้าง แต่เริ่มมีความคิดว่าต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง และสามารถอยู่โดยไม่มีบุคคลผู้เป็นที่รักนั้นแล้ว

จิตแพทย์ให้คำแนะนำว่า เมื่อต้องเผชิญกับการสูญเสียให้เรายอมรับในความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่า กำลังเศร้า กำลังเสียใจกับการจากไปของคนที่เรารัก การร้องไห้ รู้สึกเศร้า เจ็บปวด หรือแม้กระทั่งรู้สึกผิด เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน ไม่จำเป็นต้องฝืนหรือพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง ซึ่งการยอมรับความจริงนี้จะทำให้สามารถจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้อย่างเหมาะสม

ระยะเวลาของความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ เจ็บปวด หรือรู้สึกผิด อาจจะอยู่กับเราไปนาน 6 เดือนถึง 1 ปี แต่จะเกิดห่างขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าหากว่าความรู้สึกเหล่านั้นยังคงรุนแรง หรือติดค้างในใจอยู่ตลอดเวลา จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตที่เป็นปกติ ก็ควรมองหาตัวช่วยด้วยการไปพบจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา เพื่อหาหนทางเยียวยา

ในช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศก อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความรู้สึกได้ดี คือ การแบ่งปันความรู้สึกต่าง ๆ กับคนใกล้ชิด เพื่อนที่ไว้ใจ หรือคนที่ร่วมเผชิญสถานการณ์สูญเสียด้วยกัน เพราะการได้ระบายความรู้สึก รับฟังกันและกัน ช่วยประคับประคองกัน จะทำให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ดีขึ้น

เคยมีคนกล่าวว่า ช่วงแรก ๆ ของการสูญเสีย เหมือนเราแบกเอาก้อนหินก้อนใหญ่ไว้บนบ่า ทั้งหนักหนาและหนักหน่วงจนแทบจะก้าวเดินต่อไปไม่ไหว แต่เวลานี่แหละที่ช่วยเยียวยาได้ดีที่สุด ก้อนหินที่เปรียบเสมือนความทรงจำที่สูญเสียบุคคลที่เรารักคงไม่มีวันหายไป หรือลบทิ้งไปได้ แต่เราจะรู้สึกว่ามันเล็กลง เบาลง แม้ว่าความเศร้าโศกเสียใจเพราะระลึกถึงบุคคลนั้น อาจจะย้อนกลับมาในความคิด ความรู้สึก เหมือนลมที่พัดผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไปเป็นบางครั้งในตลอดชีวิตเราก็ตาม

0
0

บทความยอดนิยม

วางแผนดูแลชีวิตด้วยสิทธิในระบบประกันสุขภาพของรัฐ

การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยมอร์ฟีน

บทความแนะนำ

ลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงสุดท้ายของชีวิตด้วยการดูแลแบบประคับประคอง

การแต่งตั้งผู้พิทักษ์และผู้อนุบาลไว้ล่วงหน้า: ประเด็นกฎหมายสำหรับสังคมผู้สูงวัย