Family Meeting เป้าหมายที่มากกว่าการพูดคุย

Share:

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่รักษาได้ยากหรือรักษาไม่หาย แพทย์และผู้ป่วยจำเป็นต้องเปลี่ยนเป้าหมายการดูแล จากเดิมที่มุ่งรักษาให้หายขาด ไปสู่เป้าหมายอื่น ๆ 

  • บางคนต้องการมีชีวิตอยู่ให้ยาวนานที่สุด
  • บางคนมีเป้าหมายขอให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นานที่สุด เพราะไม่อยากเป็นภาระต่อผู้อื่น
  • บางคนไม่อยากให้ครอบครัวต้องสูญเงินไปกับการรักษาตนเอง
  • บางคนต้องการทำตามความปรารถนาที่ผัดผ่อนมานาน
  • บางคนต้องการเพียงขอให้ได้จากไปตามธรรมชาติ 

ฯลฯ

เป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกัน ร้อยคนก็ต้องการการดูแลร้อยแบบ อยู่ที่ว่าผู้ป่วยจะมีโอกาสบอกความต้องการของตนเองมาหรือไม่ ดังนั้น สิ่งท้าทายในกระบวนการดูแลสุขภาพ คือ ทำอย่างไรแพทย์ ผู้ป่วย และครอบครัว จึงจะสื่อสารและช่วยกันวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างดีที่สุดในช่วงที่เหลืออยู่ 

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ สะท้อนว่า อุปสรรคสำคัญของการตั้งเป้าหมายการดูแล คือ กระบวนการสื่อสารที่ไม่ดีเท่าที่ควรระหว่างผู้ป่วย ครอบครัว และบุคลากรสุขภาพ ครอบครัวมักไม่กล้าสื่อสารความจริงให้ผู้ป่วยได้รับรู้เพราะกลัวจะเสียกำลังใจ กลัวผู้ป่วยจะรับความจริงไม่ได้ ส่วนแพทย์คุ้นเคยกับการให้ข้อมูล และเลือกวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามทัศนะทางการแพทย์ จนอาจละเลยการซักถามความคาดหวังและความกังวลของครอบครัว ในขณะที่ผู้ป่วยบางส่วนอาจไม่กล้าสื่อสารสิ่งที่ตนเองต้องการ เป็นต้น 

การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) จึงสนับสนุนให้มีขั้นตอนของการกำหนดเป้าหมาย และวางแผนล่วงหน้าในหลายรูปแบบระหว่างการรักษา โดยเฉพาะการจัดกระบวนการสื่อสารที่เรียกว่า การประชุมครอบครัว (Family Meeting)  

ในการประชุมครอบครัว แพทย์จะเชิญผู้ป่วยและสมาชิกครอบครัวที่มีส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วยมาประชุมร่วมกัน โดยแพทย์เป็นผู้ให้ข้อมูลสุขภาพ พัฒนาการของโรคและอาการข้างเคียง ทางเลือกในการรักษา ขณะเดียวกันก็รับฟังเสียงสะท้อนจากฝั่งครอบครัว เพื่อรับทราบจุดแข็ง ข้อจำกัด และความกังวลในการดูแลผู้ป่วย ทั้งสามฝ่ายจะได้กำหนดเป้าหมาย และวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วย ดังนั้น การจัดประชุมครอบครัวจึงให้ประโยชน์อย่างมากแก่ทุกฝ่าย 

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรอให้แพทย์เป็นผู้เรียกประชุมครอบครัวเพื่อสื่อสารข้อมูลแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น หากผู้ป่วยสามารถเริ่มต้นสื่อสารความต้องการและถามหาทางเลือก ด้วยการสอบถามถึงแผนการดูแลสุขภาพของตน สอบถามภาวะโรคในขั้นปัจจุบันและขั้นต่อไป รวมทั้งบอกความต้องการว่าเวลาที่เหลืออยู่อยากได้การดูแลแบบใด อยากบรรลุเป้าหมายใด 

ด้วยวิธีการสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดระหว่างแพทย์และครอบครัว ผู้ป่วยก็จะเข้าถึงการวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

0
0

บทความยอดนิยม

วางแผนดูแลชีวิตด้วยสิทธิในระบบประกันสุขภาพของรัฐ

การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยมอร์ฟีน

บทความแนะนำ

ลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงสุดท้ายของชีวิตด้วยการดูแลแบบประคับประคอง

การแต่งตั้งผู้พิทักษ์และผู้อนุบาลไว้ล่วงหน้า: ประเด็นกฎหมายสำหรับสังคมผู้สูงวัย