โครงการสัมมนา “พินัยกรรมชีวิต:สิทธิในการตาย” (Living Will)

Share:

กรมคุ้มครองสิทธิฯ ร่วมภาคี ถกประเด็นเดินหน้า living will สิทธิในการตาย เดินหน้าการเตรียมพร้อมวาระสุดท้าย รื้อปัญหา สิทธิการตายในไทยกับความเข้าใจในสังคม และคนรอบข้างของคนไข้ระยะสุดท้าย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวใน โครงการสัมมนา “พินัยกรรมชีวิต: สิทธิในการตาย” ว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดโยงเรื่องของ สิทธิมนุษยชน (Human right) ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างมาก สำหรับสิทธิการตายเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 (สาระสำคัญว่า บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการ สาธารณสุขที่เป็นเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติความทรมานจากการเจ็บป่วยได้) แม้ว่าจะมีกฎหมาย ออกมาแล้วแต่ยังไม่มีการสร้างความเข้าใจ ตกผลึกที่ตรงกันในวงกว้างของสังคมเท่าที่ควร โอกาสนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเดินหน้าความเข้าใจ ประเด็นสิทธิการตาย ให้ชัดเจนและขยายวงกว้างต่อไป

ด้าน พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน อายุรแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่าในมุมมองของแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยระยะ สุดท้ายนั้น การตายและวาระสุดท้าย อยากทำความเข้าใจว่า อย่าทำเพียงเพื่อยื้อชีวิต ด้วยเครื่องพันธนาการคนไข้ต่างๆ ในภาวะที่ อยู่ไม่ดี ไปก็ไม่ดี ซึ่งตามพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติฯ มาตรา 12 ที่เกิดขึ้นนั้น รองรับผู้ป่วยที่แสดงเจตนาที่ชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุน แพทย์ในการทำงานและไม่ได้เป็นไปเพื่อเจตนาการการุณฆาตอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นทางออกสำหรับการตายตามธรรมชาติอย่าง สงบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน นอกจากนี้ยังมีประเด็นถกเถียงอยู่ ในฐานะแพทย์ ประเด็นหลักคือความเข้าใจร่วมกันของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นญาติ ครอบครัวผู้ป่วย กับแพทย์ที่ทำการรักษาอาจยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ทั้งประเด็นผลประโยชน์ มรดก หรือความเข้าใจ ว่าแพทย์ทำการจบชีวิตโดยญาติไม่ได้เห็นพ้องด้วย เป็นต้น

ตรงนี้มีข้อแนะนำ คือให้นึกถึงสำคัญคือประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ นพ.อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สิทธิทางสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของสิทธิมนุษยชน ที่มีขอบเขตครอบคลุมตลอดชีวิต ในประเด็นของ ระยะสุดท้ายของชีวิตนั้น เป็นรูปแบบการรักษาแบบประคับประคอง ผู้ป่วยเป็นกลุ่มที่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอยู่ไม่นาน ทำให้สามารถ เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆได้ ซึ่งสิทธิการตาย สำหรับเมืองไทยนี้ยังเป็นประเด็นที่เกิดความเข้าใจกันในเมืองไทยแต่กลับเป็นประเด็นที่มี ความจำเป็นกับสังคมไทยเป็นอย่างมาก โดยมุ่งให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตในระยะสุดท้าย จากไปอย่างสงบ ขอย้ำประเด็นสำคัญคือ ญาติ ครอบครัว แพทย์ต้องมีการปรึกษาพุดคุยกันสม่ำเสมอ เสนอการทำ Family meeting ทำความเข้าใจพูดคุยร่วมกันบ่อยๆ และประเด็น Living Will ซึ่งเป็นหนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาของผู้ป่วยที่อยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งพบบ้างแล้วในบาง โรงพยาบาลจะมีการทำหนังสือนี้ขึ้น โดยไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นการจงใจการุณฆาตจากแพทย์แต่อย่างใด ทั้งหมดยังต้องเสนอและ ประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมในวงกว้างต่อไป

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/450370 อ่านเอกสารสรุปโครงการสัมมนา ได้ที่นี่ : http://www.humanrightscenter.go.th/AboutUs/DocLib1/รายงานสรุปผลโครงการสัมมนา%20“พินัยกรรมชีวิต%20%20สิทธิในการตาย%20(Living%20Will)”.pdf

0
0

กิจกรรมของชีวามิตรล่าสุด

ชีวามิตรจัดงาน “เพื่อนตาย : “Living and Leaving Companion”

Exclusive talk ครั้งที่ 3 “เตรียมพร้อม ซ้อมตาย ด้วยใจสงบ”

Exclusive talk ครั้งที่ 2 “รู้จริง กฎหมายเพื่อการตายดี”

Exclusive talk ครั้งที่ 1 “คลุกวงใน รู้ลึกเรื่องคุณภาพชีวิตระยะท้าย”

การประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด