ความตายเป็นสิ่งทีทุกคนหนีไม่พ้น

ภรรยาของผมเป็นโรคมะเร็งรังไข่ 11 ปี ต่อมามะเร็งมีการแพร่ไปต่อมน้ำเหลืองและปอดเพียงเวลา 1 ปี ลุกลามเข้าสู่ระยะท้าย ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ ผมและภรรยาเคยต่างเข้าร่วมรับการอบรมกับท่านอาจารย์ไพศาล วิสาโล ด้วยความกรุณาของคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ภรรยาผมจึงได้ทำ Living Will เพื่อปฏิเสธการรักษาเพียงเพื่อยื้อชีวต…จนกระทั่งเดือนสุดท้าย เราจึงตกลงรักษาดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care)ตามที่ได้อบรมมา การแสดงเจตนาล่วงหน้าว่าควรได้รับการปฏิบัติอย่างไรในวาระสุดท้าย การกล่าวลาบุคคลที่ตนเองรัก และสะสางสิ่งที่ค้างคาในใจ จึงเป็นเรื่องที่ควรกระทำ และเป็นสิทธิของผู้ป่วยที่จะเลือกว่าจะเตรียมตัวรับกับความตายอย่างไร เป็นการให้โอกาสผู้ป่วยได้ตายดี และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ป่วย เรื่องดังกล่าวทั้งหมดทำได้ในหนังสือแสดงเจตนาไม่รับการรักษา เพื่อรับความตายได้อย่างมีสติ ความตายเป็นเรื่องที่ทุกคนหนีไม่พ้น เรามาเตรียมตัวตายอย่างมีสติกันเถอะครับและเพราะมันเป็นเรื่องยาก จึงควรเตรียมแต่เนิ่น ๆ เพื่อความไม่ประมาท…” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานคณะกรรมการ บริษัทชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด