คุณทนงศักดิ์ศุภทรัพย์นักแสดงชายมากความสามารถ

คุณทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ – นักแสดงชายมากความสามารถ ที่ตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต โดยเริ่มต้นจากการวิ่งหลังสูญเสียภรรยาด้วยโรคมะเร็ง… ช่วงที่ภรรยาป่วยเป็นมะเร็ง เขาทำทุกอย่าง เพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ภรรยาและครอบครัว ตอนนั้นบนบานไว้ว่า ถ้าภรรยาหายป่วย จะออกวิ่ง …ในที่สุด ภรรยาจากไป เขาไม่จำเป็นต้องออกวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปดอยตุงก็ได้ แต่ออกวิ่งเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเธอ ระยะทาง 900 กิโลเมตร 31 วัน เหนื่อยแทบขาดใจ และคิดแต่ว่าจะเลิกวิ่ง สุดท้ายเขากลับได้เรียนรู้ความหมายของชีวิต จนเก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาบอกต่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ? เมื่อภรรยาจากไปแล้ว คุณก็ออกวิ่ง เพราะบนบานเอาไว้ : ตอนนั้นผมไปบน ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำอย่างนั้น เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เกาะเกี่ยวได้ ผมบนว่า ถ้าภรรยาหายป่วยจะวิ่งจากกรุงเทพฯไปดอยตุง และบอกภรรยาว่า หายแน่นอน ทำวีซ่าจะพาไปเที่ยวอเมริกาด้วยกัน ทำทุกอย่างให้เธอรู้สึกว่า มีโอกาสหาย สร้างบรรยากาศให้เธอมั่นใจ ?ตอนนั้นคุณก็มีความหวัง : มีความหวังอยู่ แต่สับสนว่า เราสร้างความหวังให้เขา แล้วเรารู้สึกแบบนั้นไหม ถ้าเราไม่รู้สึกกับสิ่งนั้นไม่ใช่ละ ต้องรู้สึกว่าทำได้สิ เมื่อทำไม่ได้ ก็ยอมรับมัน สุดท้ายก็สู้ถึงที่สุด เมื่อเป็นไปไม่ได้ เราต้องรับผิดชอบสิ่งที่เราพูด ก็ถามตัวเองว่า ถ้าภรรยาหายป่วย เราจะวิ่งจริงๆ หรือ 900 กิโลเมตร นั่นเมื่อ11 ปีที่แล้ว ผมก็วิ่งเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ภรรยา อีกอย่างตอนอยู่โรงพยาบาล ผมเห็นคนป่วยเยอะมาก ทำให้ผมอยากรณรงค์เรื่องการออกกำลังกาย ป่วยเป็นมะเร็งอาจช่วยไม่ได้ แต่คนที่เป็นความดัน เบาหวาน สโตร๊ก มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้ผมคิดว่า ความเครียดเรื่องหน้าที่การงานไม่สำคัญเท่าสุขภาพ ถ้าตำแหน่งที่หวังหลุดมือไปบ้าง ถ้าเรายังสุขภาพดี ก็มีโอกาสอีก ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่… ?ดูแลตัวเองอย่างไร : กินอาหาร ไม่ปรุงมาก พักผ่อนให้เพียงพอ อารมณ์สำคัญมาก ไม่ต้องกังวล ถึงเวลานอนก็นอน ฝึกตายก่อนตาย ถ้าพรุ่งนี้ไม่ตื่นมาก็ไม่ต้องกังวล ก่อนนอนเตรียมในส่วนที่จัดการได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องลูก ต่างคนต่างมีชีวิต ?ไม่กลัวความตาย : มนุษย์เราขับเคลื่อนชีวิตด้วยความกลัว กลัวดูไม่ดี กลัวคนว่าโง่ กลัวชีวิตล้มเหลว เราไม่รู้หรอกว่า เรากลัวเพราะอะไร แล้วเราจะข้ามความกลัวได้ยังไง เคยอ่านเรื่องนี้ไหม มีคนบอกว่าจิตสุดท้าย ถ้าคิดดี คุณก็ไปดี แต่จริงๆ แล้ว ถ้าคุณเลวแล้วจิตสุดท้ายคุณคิดดี คุณก็ไปดี…จริงหรือ มันต้องเริ่มฝึก ไม่ใช่อยู่ๆ จิตสุดท้าย คุณจะคิดอย่างนี้ได้ อย่างคนที่ไปทำร้ายคนอื่น จิตก็ต้องมีความกลัวถูกเอาคืน แต่ถ้าคุณรู้สึกว่า ทุกคนเป็นมิตร มีแต่จิตที่แบ่งปัน ไปที่ไหนก็ได้ นี่คือการฝึก พระอาจารย์เคยถามว่า ทุกคนอยากตายที่ไหน…อยากตายที่บ้าน เพราะเราคุ้นเคย เป็นที่รวบรวมความรักกับคนที่เราสนิทที่สุดในชีวิต แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถเลือกที่ตายได้ ต้องคิดว่า เราสามารถสร้างความรักได้ทุกๆ ที่ ตายกลางถนนก็ได้ คุณต้องฝึก คุณต้องเตรียมพร้อม เหมือนใครบอกให้ไปอเมริกา คุณคว้ากระเป๋าไปได้เลย ไม่มีอะไรต้องห่วง ต้องเห็นว่า การไปตรงนั้น ต้องมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้น เป็นเรื่องปกติ เหมือนคำอวยพรที่มีคนบอกว่า “ขอให้ครอบครัวมีการตายแบบเรียงลำดับ อย่าลัดขั้นตอน” แต่เลือกได้ไหม นี่เป็นบททดสอบ คนจะช็อค เวลามีคนบอกว่า ป่วยเป็นมะเร็ง แต่พอมาถึงตัวเอง ก็จะคิดว่าเป็นได้ยังไง คนอื่นเป็นได้ คุณก็เป็นได้ ต้องฝึกตัวเอง สุดท้ายชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป โลกไม่ได้เลวร้าย มันเป็นไปตามเหตุปัจจัย เป็นแค่ของชั่วคราว เงินเป็นของคุณไหม คุณไปซื้อของ ก็เป็นของคนอื่นแล้ว ณ วันนี้ ณเดชน์ คูกิมิยะ โด่งดัง อีกหน่อยก็เปลี่ยน สมัยก่อนแหม่ม-จินตหราก็ดัง เพราะฉะนั้นความตายคือความสมบูรณ์แบบของการมีชีวิต แค่นั้นเอง”

ที่มา : ตัดตอนบทสัมภาษณ์จาก http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/701311