ถึงแม้จะไม่มีใครรู้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อไหร่

“ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อไร แต่มันเป็นเรื่องที่เราเตรียมตัวล่วงหน้าได้ เปรียบเสมือนการเดินทางที่เราไม่รู้ว่าเราต้องออกเดินทางวันไหน ถึงอย่างนั้นเราก็เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ก่อนได้เลย วันไหนที่เราต้องไปก็แค่แบกเป้ใบหนึ่งแค่นั้น เราคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมใจที่พร้อมจะสละทุกอย่าง ซึ่งมันจะแตกต่างจากตอนวัยรุ่นที่เราสะสมแทบทุกอย่าง ทั้งสมบัติและหน้าที่การงานแต่พอตอนนี้อายุใกล้ 50 มันเป็นช่วงอายุที่ทำให้เราต้องเตรียมการสละของนอกกายออกไปจากตัวให้มากขึ้น ทำความเข้าใจว่าเราตายแน่ แล้วจะเอาอะไรในชีวิตไปไม่ได้เลย ซึ่งจริง ๆ แล้วการเตรียมการแบบนี้มันทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตง่ายขึ้น เมื่อก่อนถ้าเราผิดหวังจากเรื่องงาน จากเรื่องคน เราอาจรู้สึกเสียใจ หม่นหมอง แต่ตอนนี้พอเราทำให้กับการสูญเสียได้แล้ว เราก็แทบไม่คาดหวังกับอะไรรอบตัวเลย อะไรจะเกิดมันก็เกิดขึ้นมาได้ ความผิดหวังก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไมใช่ว่าเฉยชาและปลงขนาดนั้น แต่เราจัดการมันได้ดีขึ้น สามารถสะบัดบ๊อดเดินต่อไปได้(ยิ้ม)” กนกวรรณ กนกวนาวงศ์ Kanokwan Kanokwanawong ครีเอทีฟ นักจัดรายการวิทยุ FM. 96.5 คลื่นความคิด และนักเขียนอิสระ