ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือพอคนไข้เลือกที่จะยื้อเขากลับได้รับการดูแลที่ไม่ดีพอ

??? วิธีที่เราจะพูดเพื่อให้กำลังใจผู้ที่เขากำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ต้องพูดกับเขาแบบไหน คนไข้ที่อยู่ในระยะสุดท้าย สิ่งที่เขากลัวมากที่สุดคือกลัวจะถูกทอดทิ้ง กลัวว่าเขาจะเป็นภาระ และกลัวว่าถึงตอนสุดท้ายแล้วจะทุกข์ทรมาน สิ่งที่เราต้องเน้นย้ำเสมอคือ เราจะไม่ทอดทิ้งเขาแน่ๆ เราจะช่วยให้เขาผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ และเดินไปด้วยกัน เราต้องทำในสิ่งที่เราพูดกับเขาให้ได้ พยายามช่วยถ้าเขามีอะไรค้างคาใจอยู่ บางครั้งคนไข้มีห่วงเยอะ การที่เขามีห่วงก็จะทำให้จากไปอย่างไม่สงบ ซึ่งถ้าแก้ไขได้ว่าเขามีห่วงเรื่องอะไร ก็พยายามสะสางให้ คนไข้ส่วนหนึ่งก็จะรู้สึกสบายใจขึ้น การที่เขาได้อยู่ในที่ที่อยากอยู่ก็ด้วย เช่น ถ้าอยากกลับบ้าน ผมจะช่วยโดยให้คนที่เขารักอยู่ใกล้กับเขา อะลุ่มอล่วยในเรื่องของการเยี่ยม ให้มีคนมาเยี่ยมได้อย่างที่เขาต้องการ ซึ่งจะช่วยให้เขาสบายใจขึ้นเพราะการสื่อสารนั้นมีความสำคัญที่สุดในช่วงสุดท้าย ???เรื่องแบบนี้ เราคุยกันตอนนี้ก็เหมือนเข้าใจได้ดี แต่พอถึงเวลาของเราจริงๆ คงกลัวมากๆ ใช่ คุณต้องเข้าใจสถานการณ์ตรงนั้น ให้ความดูแลกับผู้ป่วยจนเขามั่นใจ สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลแบบประคับประคอง ไม่ใช่การหยุดรักษาคนไข้ ผมเน้นเลยว่าการรักษาทางการแพทย์ต้องทำให้เต็มที่จนกระทั่งเขาเสียชีวิต ตรงนี้ต้องเน้นย้ำนะครับ เพราะมีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า การดูแลแบบประคับประคองคือการทิ้งคนไข้ หยุดให้การรักษา แท้จริงแล้วเราแค่เปลี่ยนเป้าหมายการรักษา เพราะโรคแต่ละโรคมีเป้าหมายในแต่ละระยะไม่เหมือนกัน คนไข้กลัวก็ต้องดูแลให้เขาไม่รู้สึกทุกข์ทรมาน ให้เขาไม่เจ็บปวด ให้เขามีจิตวิญญาณที่ดี ถ้าเขามีอาการซึมเศร้าก็ต้องช่วยตรงนั้น แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ พอคนไข้เลือกที่จะไม่ยื้อ เขากลับได้รับการดูแลที่ไม่ดีพอ ทำให้เขาเจ็บปวดทรมานจากโรคของเขา สุดท้ายเขาก็ต้องเปลี่ยนใจว่าขอไปเข้าห้องไอซียูดีกว่า นั่นเพราะเราทำให้เขาเหนื่อยเกินไป ดังนั้น การดูแลแบบประคับประคองจึงไม่ใช่การหยุดรักษา ดีไม่ดีอาจจะต้องเพิ่มการรักษาขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ต้องเน้นเรื่องการควบคุมอาการ ความสุขกายสบายใจ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้คนไข้ผ่านเรื่องนี้ไปได้ ‘หลักของการดูแลแบบประคับประคองไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะยื้อคนไข้ได้นานแค่ไหน แต่อยู่ในแง่ของคุณภาพของชีวิตว่าเราจะดูแลเขาอย่างไรให้ดีที่สุด’ ซึ่งหลายครั้งเราจะพบว่าผู้ป่วยและญาติมีโอกาสได้เจอแพทย์น้อยมาก เพราะบุคลากรทางการแพทย์ตอนนี้มีจำนวนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลรัฐบาล โอกาสที่พวกเขาจะได้คุยกับแพทย์ในเชิงลึกนั้นน้อยมาก เมื่อคนดูแลไม่สามารถสื่อสารกับหมอได้อย่างเข้าใจ ก็เกิดเป็นข้อจำกัดในหลายๆ เรื่อง พอถึงเวลาที่ต้องคุยเรื่องใหญ่ๆ อย่างเรื่องความตาย คนไข้และคนดูแลก็รู้สึกไม่สบายใจที่จะคุยเรื่องนี้ มีความกังวล และจะรู้สึกไม่ดีตามๆ กันไป เรื่องนี้ผมว่าเป็นประเด็นสำคัญในแง่ของการสื่อสารระหว่างผู้ป่วย ญาติ และทีมรักษาพยาบาล อ่านทั้งหมด : รศ. นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์ | คุณค่าแห่งการดำรงอยู่ เส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตาย ในสายตาแพทย์ผู้รักษา