เป็นเคสแรกที่หมอและทีมประคับประคองเป็นคนถอดท่อช่วยหายใจให้

“… เป็นเคสแรกที่หมอและทีมประคับประคองเป็นคนถอดท่อช่วยหายใจให้ เป็นการถอดท่อให้ผู้ป่วยคนแรกในชีวิต เดิมถ้าคนไข้ปฏิเสธการรักษาและต้องการถอดท่อ ช่วยหายใจเพื่อพากลับบ้าน ญาติต้องเป็นคนถอด ซึ่งบางทีญาติก็เกี่ยงกันเพราะกลัวบาป หมอคิดว่าการที่หมอถอดให้ยังไงก็ต้องดีกว่าเพราะเรารู้วิธี ลดอาการบาดเจ็บ รู้ว่าถอดยังไง จะช่วยก่อนถอดท่อ อย่างไร เพื่อลดความทุกข์ทรมานได้ เมื่อหมอเป็นคนใส่ ก็ควรที่จะเป็นคนถอด เคสนี้เป็นคุณยายอายุ 80 เป็นโรคไตเรื้อรัง คุณยายปฎิเสธการใส่ท่อ ลูกหลานตอนแรกก็ไม่ฟังคำคุณยาย ก็เลยตัดสินใจให้คุณหมอใส่ท่อ ช่วยหายใจ เราก็เห็นนะคะว่าใส่แล้วคุณยายก็ไม่สุขสบาย คุณยายทรมาน กระสับกระส่าย จึงได้สอบถาม คุณยาย สรุปว่าคุณยายต้องการถอดท่อช่วยหายใจ และให้พาคุณยายกลับไปตายบ้าน ก่อนถอดได้คุยกับคุณยายและลูก อธิบายผลเสีย ผลดีที่จะเกิดขึ้น ยายเองก็ทราบถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา เมื่อคุณยายยืนยันเช่นนั้น และลูกหลานก็ยอมทำตามความประสงค์ของคุณยาย และโรคที่คุณยายเป็น ยังไงก็รักษาไม่หาย หมอเลยตัดสินใจถอดท่อช่วยหายใจให้ และทีมได้ประสานรถมูลนิธิ และ ทีมประคับประคอง รพ. ชุมชน เพื่อจัดหาออกซิเจน ในที่สุดคุณยายได้กลับไปถึงบ้าน ภาพที่หมอได้เห็นคือ ยายไปถึงบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มีสามีและลูกๆ รอที่บ้าน แล้วคุณตาก็ให้คุณยายนอนหนุนตัก จนกระทั่งคุณยายจากไปอย่างสงบ เห็นภาพนั้นหมอรู้ได้เลยว่าสิ่งที่หมอได้ทำมันมีค่ามาก แม้ไม่นานคุณยายก็เสีย แต่นั้นคือช่วงสุดท้ายของชีวิตคนๆนึงที่ได้กลับไปอยู่กับคนที่เขารัก มันเป็นภาพที่เราประทับใจ… เมื่อ 12 สิงหาคม ปีที่แล้ว แม่หมอเป็นลมหมดสติ เลือดออกในสมอง วันนั้นญาติพี่น้องเยอะ เราตัดสินใจร่วมกันเป็นเอกฉันท์ว่าจะให้แม่ผ่าตัดสมอง ณ ปัจจุบันแม่หมอยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นเจ้าหญิงนิทรา หากย้อนเวลากลับไปได้หมอก็อาจจะเปลี่ยนใจที่จะไม่ผ่าตัด เพราะหมอคิดว่าตอนนี้แม่อยู่ด้วยความทรมาน ถึงแม้จะไม่สามารถบอกได้ว่าเจ็บ แต่เวลาจะดูดเสมหะ พลิกตะแคงตัว แม่จะยกมือขึ้นสูง ทั้งๆที่ปกติ แม่จะไม่ขยับตัวเลย นั่นคือ การตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่เป็นการมองย้อนหลังนะคะ แต่เนื่องจากก่อนหน้า เราไม่เคยคุยเรื่องความตายกับแม่เลย ไม่เคยคุยกันเลยเรื่องพินัยกรรมชีวิต เลยไม่รู้ว่าแม่ต้องการอะไร เป็นเหตุให้เราต้องสู้ก่อนเผื่อเขาจะดีขึ้น ในทางกลับกัน หากโรคดังกล่าวเกิดกับพ่อ ลูกๆ ทุกคนรับทราบว่า จะไม่ใส่ท่อ ไม่ยื้อชีวิตแน่ๆ เพราะพ่อสั่งไว้เรียบร้อยแล้ว เลยเกิดความคิดว่า คนเราไม่ควรประมาท อยากให้มองการคุยเรื่องความตายในครอบครัวเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ใช่ลางสังหรณ์ อย่างน้อย เมื่อความตายมาเยือน คนข้างหลังจะได้ตัดสินใจการดูแลรักษาในวาระสุดท้ายได้ตามที่แต่ละคนปราถนา…” พญ. ดลพร เขียวบรรจง แพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช …. ทีมงาน Palliative Care (การรักษาแบบประคับประคอง)ของรพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ชื่อทีมอุ่นรักษ์ มีสมาชิกที่ทำงานประจำหน่วย ประกอบด้วย หมอ 1 คน / พยาบาล 3 คน / เลขา 1 คน / เภสัช 1 คน ทีมสหวิชาชีพที่ร่วมงานได้แก่. ทีมเวชกรรม ช่วยเรื่องการเยี่ยมบ้านผู้ป่วย / นักสังคมสงเคราะห์ / นักกายภาพ / ทีม รพ.สต. ในพื้นที่ และ รพช ในเครือข่ายจังหวัด กรณีที่ส่งตัวคนไข้กลับบ้านหรือ ไปรักษาต่อที่ รพช. ติดต่อหน่วยอุ่นรักษ์ 075 340250 ต่อ 1013 , 1014 Email aunrakmaharaj@yahoo.com Opd ทุกวันศุกร์ เวลา 8.30 – 12.00