เรารู้สึกการอธิบายเรื่องนี้ให้คนรอบข้างฟังมันยาก

“…เราเคยคิดว่าอยากให้คนในบ้านอยู่กับเราให้ได้นานที่สุด เพราะเราอาจจะมองว่ามันเป็นความรัก เป็นการต่อชีวิตให้เขาในช่วงสุดท้าย แต่พอได้ไปอบรมกับชีวามิตร และ สสส. มันก็ทำให้เราได้ทบทวนว่าการที่เรายื้อให้เขาอยู่กับเรามันเป็นการทรมานเขามากกว่า ยิ่งถ้าคุณหมอมาบอกเราว่าไม่สามารถรักษาให้ได้ดีไปกว่านี้แล้ว การปล่อยให้เขาไปสบายมันน่าจะดีกว่าให้เขาต้องทรมาน เราไปอบรมแค่ครั้งเดียว และถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ได้มองตัวเองในฐานะผู้ป่วยเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวเราก็อยากจะเขียน Living will เป็นของตัวเองเหมือนกันเพราะคิดว่ามันช่วยให้คนรอบข้างเราจัดการเรื่องต่างๆ เพื่อเราได้ดีขึ้น ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีปัญหาอยู่ว่าเราต้องอธิบายให้ที่บ้านเข้าใจก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันจริงจังเลย เพราะคุณแม่สุขภาพไม่ค่อยดี เรารู้สึกว่าการอธิบายเรื่องนี้ให้คนรอบข้างฟังมันยากเหมือนกัน เพราะเขาเป็นคนที่เป็นห่วงเราและเขาคงไม่ได้อยากได้ยินเรื่องแบบนี้ ในขณะเดียวกัน เราก็ถามตัวเองว่า ถ้าเราสามารถอธิบายให้พ่อแม่ฟังจนเขาเขียน Living will เป็นของเขาเอง แล้วเราจะรับกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ไหม มันเป็นเรื่องเซนซิทีฟมาก แล้วเราก็เชื่อว่าพ่อแม่คงรู้สึกเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าจะมาคุยกันเรื่องนี้จริงๆ เราว่ามันต้องใช้เวลา ใช้ความกล้า และใช้ความเข้าใจค่อนข้างสูง แม้แต่ตัวเราเองเราก็ต้องทำความเข้าใจกับความต้องการของตัวเองเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วเราต้องการอะไรในชีวิต แต่อย่างน้อยการเขียน Living will ก็ทำให้เราได้ตระหนักว่าความตายอาจจะอยู่ใกล้มากๆก็ได้ เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีอีกครั้ง บางทีมันอาจจะไม่มีแล้วก็ได้ ถ้าอยากทำอะไรก็ควรจะรีบทำตั้งแต่ตอนนี้…” อริสรา ประดิษฐสุวรรณ นักจัดรายการวิทยุ FM. 96.5 คลื่นความคิด อสมท.