เล่นฟุตบอลก็หมดเวลา90นาที

‘หมู’ – ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับหนุ่มเจ้าของผลงาน SuckSeed ห่วยขั้นเทพ และ เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ บอกกับเราตั้งแต่ต้นว่า เขาก็เป็นหนึ่งในคนหนุ่มที่มุงานหนัก แทบไม่เคยมีประสบการณ์ใกล้ชิดกับความตาย แต่การได้ร่วมเวิร์กช็อปกับ สสส. และบริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม ช่วยให้เขาได้มาทบทวนตัวเองถึงสิ่งที่เขาหลงลืม มองข้าม และปรับโฟกัสให้เห็นถึงสิ่งสำคัญ รวมทั้งคนสำคัญ เพื่อการใช้ชีวิตไปจนถึงวันสุดท้ายได้อย่างมีคุณค่ายิ่งขึ้น ??เร็วเกินไปไหมที่ในวัยแค่นี้ต้องมานั่งคิดเรื่องอะไรพวกนี้ ไม่เลย มันเหมือนทำประกันชีวิตมากกว่า ทำเอาไว้ก็ไม่เสียหาย เป็นการทำความเข้าใจกับความจริงและเป็นการรับผิดชอบตัวเองด้วย การเตรียมตัวเตรียมสิ่งเหล่านี้ไม่เสียเงินด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม เราว่ามันกลับจะทำให้ได้เห็นการใช้ชีวิตของตัวเองชัดขึ้น และอยากมีชีวิตอยู่กับคนที่อยู่ในลิสต์ให้ดีขึ้น คิดถึงเรื่องความตาย แล้วเราอยากอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น อยากสานสัมพันธ์กับคนเหล่านี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม และก็เห็นเป้าหมายในชีวิตชัดเจนมากขึ้นด้วยว่าเราอยากจะทำอะไรจริงๆ ยิ่งตอนนี้เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ไม่ต้องอะไร ให้มองใกล้ๆ ก่อนเลยว่าแค่พ่อแม่เรา เขายังเดินได้ดีหรือเปล่า อย่างแม่เราตอนนี้เข่าเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว เริ่มเดินกะเผลก เราก็คิดว่าการที่เขาต้องเดินขึ้นบันไดไปนอนที่ห้องนอนชั้นสองอย่างยากลำบาก มันต้องเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ จะอีกสักกี่ปีที่เขายังเดินไหว ทำให้เริ่มคิดวางแผนแล้ว อาจจะต้องย้ายห้องนอนแม่มาอยู่ชั้นล่าง ตอนนี้ทางเข้าบ้านมีราวจับหรือยัง พื้นห้องน้ำลื่นไปไหม เราก็ไปหารองเท้าใส่กันลื่นให้เขาหน่อย พยายามมองในมุมของเขา แม้เขาอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เราได้ยินบ่อยมากเรื่องคนแก่ลื่นในห้องน้ำ แล้วคนเราก็มักจะจากกันไปด้วยเรื่องอะไรแบบนี้ ถ้าเราสังเกตและตระหนักถึงเรื่องพวกนี้ก่อน อย่างน้อยก็ประคับประคองให้เขาไปถึงตรงนั้นช้าหน่อย ก่อนที่เขาจะโคม่า ก็อย่ารอให้เขาไปถึงขั้นนั้นสิ เราดูแลกันก่อนตั้งแต่ตอนนี้ไม่ดีกว่าเหรอ เราเห็นด้วยกับอาจารย์แสวง บุญเลิศเฉลิมวิภาส เกี่ยวกับการยื้อความตายพ่อแม่ในวันสุดท้าย หลายครั้งจะเกิดจากอาการ ‘กตัญญูเฉียบพลัน’ หมายถึงลูกหลานทั้งหมายที่ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่ ไม่มีเวลาให้เขา แต่พอพ่อแม่จะไป ก็อยากตอบแทนด้วยการยื้อชีวิตเขาไว้ให้นานที่สุด โดยลืมคิดว่ามันอาจทำให้เขาทรมานมากไปกว่าเดิม เพราะฉะนั้น การดูแลเขาในวันที่เขายังอยู่กับเราน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด อีกสิ่งที่เราสนใจมาก คือวิธีการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative Care) หมายถึงการให้อาหาร ให้น้ำเท่าที่จำเป็น และรักษาเท่าที่สภาวะของผู้ป่วยต้องการ จากนั้นค่อยๆ ลดระดับการดูแลลงเรื่อยๆ คล้ายกับการแลนดิ้งของเครื่องบิน ที่ค่อยๆ ลงจอดไม่ใช่พยายามดึงขึ้นทั้งๆ ที่น้ำมันกำลังจะหมด เพราะสุดท้ายจะตกกระแทกพื้นแล้วระเบิด ดังนั้น การดูแลแบบนี้จะทำให้เขาค่อยๆ ลงอย่างราบรื่น ??กลัวความตายไหม กลัวนะ กลัวว่าจะจากไปโดยยังไม่ได้ทำอะไรให้สมบูรณ์ เพราะเรายังใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่ ยังไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับคนอื่นและสังคมมากพอเพราะด้วยวัย ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ เราควรจะแก่ชราและตายไป ถ้าเราด่วนตายก่อนหน้านั้นก็คงเสียดาย ก่อนตายน่าจะทำอะไรได้อีกเยอะ สมมติเราทำหนังหนึ่งเรื่องใช้เวลา 2 ปี ถ้าเราตายตอนอายุ 80 ก็น่าจะทำหนังได้อีกเป็นสิบๆ เรื่องนะ อดทำเลยว่ะ เสียดาย ส่วนอีกมุมคือการกลัวความเจ็บปวด กลัวความทรมาน เราจะตายแบบทรมานหรือเปล่า กลัวเป็นแบบในซีรีส์ Game of Thrones ที่ตายโหงเกือบทุกคน แต่มีประโยคหนึ่งของ Valar Morghulis ในเรื่องนี้ที่ดีมากคือ ‘All men must die.’ โคตรสัจธรรมเลย ??พูดแบบนี้ได้ไหม ว่าสิ่งที่ผลักดันให้เราใช้ชีวิตให้ดีที่สุดในวันนี้ ก็คือการที่เรารู้ว่าวันหนึ่งเราต้องตาย เออใช่ เล่นฟุตบอลก็มีหมดเวลา 90 นาที ถ้าเตะกันไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ได้อะไร นาทีท้ายๆ ของเกมถึงได้มีค่า เพราะมันมีวันสิ้นสุด ยิ่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บก็ยิ่งบีบคั้นนี่แหละคือไคลแม็กซ์ที่แท้จริง เราว่ามันเหมือนกันกับการใช้ชีวิต เพราะหมดเวลานั่นแหละที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า